รวบแล้วแก๊งเงินกู้ ทวงดอกเบี้ยรายวัน

รวบแล้วแก๊งเงินกู้ ทวงดอกเบี้ยรายวัน

Publish 2019-04-28 17:12:31


จากกรณีที่นายณัฐศักดิ์ คำเขิน อายุ 46 ปี ก่อเหตุใช้มีดฆ่าปาดคอฆ่าภรรยา พร้อมลูกน้อยวัย 8 เดือนและ 6 ปีจนเสียชีวิตภายในร้านรับติดตั้งเครื่องเสียง ถนนหทัยราษฎร์ แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กทม. 

 

 

อ่านข่าว : ด่วน!เหตุฆ่ายกครัว ดับ 3



เบื้องต้นตำรวจ สน.มีนบุรี เมื่อสอบสวนทราบว่าสาเหตุเกิดจากความเครียดเรื่องปัญหาหนี้สินจ่ายเงินกู้รายวันๆ ละ 8,000 บาท จึงก่อเหตุฆ่าภรรยากับลูกน้อย ก่อนจะพยายามใช้มีดแทงตัวเองเพื่อตายยกครัว แต่สุดท้ายมือมีดได้รับบาดเจ็บ โดยเจ้าหน้าที่เร่งสืบหาที่มาของเงินกู้นอกระบบ

 

อ่านข่าว : เมียรัก 1 ในเหยื่อผัวคลั่ง ปลิดชีพยกครัว จนท.พบนอนกอดศพลูก คาอ้อมอก 


ต่อมาทางด้านนางอุดม สมบุตร อายุ 48 ปี แม่เลี้ยงเดินทางมารับศพ น.ส.กิ่งแก้ว พงศ์ไพโรจน์ อายุ 25 ปี ด.ญ.ณัฐกาญจน์ คำเขิน หรือ น้องฟิล์ม 1 ปี 3 เดือน ด.ญ.ศศิวิมล คำเขิน หรือ น้องใบเฟิร์น คำเขิน อายุ 5 ขวบ หลังจากถูก นายณัฐศักดิ์ คำเขิน หรือ นายนัท อายุ 46 ปี ซึ่งเป็นสามีและพ่อของเด็ก ใช้มีดปาดคอทั้ง 3 คน ก่อนจะใช้อาวุธแทงตัวเองหวังฆ่าตัวตายตามแต่อาการสาหัส พักรักษาอาการที่โรงพยาบาล โดยเหตุเกิดเป็นบ้านพัก ริมถนนหทัยราษฎร์ ตัดกับถนนสุเหร่าคลอง 1 ใกล้แยกคอกม้า แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร ซึ่งจะนำศพไปบำเพ็ญกุศลเป็นเวลา 3 วัน ที่วัดบำเพ็ญเหนือ ย่านมีนบุรี ส่วนผลการชันสูตรพลิกศพ ระบุว่าช็อคเสียเลือดมาก หลอดเลือดดำคอขวาฉีกขาด จากบาดแผลถูกปาด


นางอุดม แม่เลี้ยงผู้ตาย เปิดเผยว่า ตนเป็นแม่เลี้ยงของน.ส.กิ่งแก้ว เลี้ยงดูมาตั้งแต่อายุสามเดือน แรกๆ ก็ได้ค่าเลี้ยงดูจากพ่อแม่ที่แท้จริงเดือนละ 3,000 บาท เป็นค่าใช้จ่ายของลูก จากนั้นก็ไม่ได้อีกเลย ตนอยากให้พ่อแม่แท้จริงมารับรู้เหตุการณ์และมากราบศพ เพราะตอนมีชีวิตอยู่พ่อแม่ก็ไม่เคยดูแล

อ่านข่าว : ซื้อนมให้หลานครั้งสุดท้าย!ยายรับศพหลาน คดีฆ่ายกครัว สะเทือนใจ ร้องไห้ตะโกนเรียกแทบขาดใจ 



ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยอมรับว่าเกี่ยวข้องกับปัญหาหนี้สินในครอบครัว เนื่องจากก่อนเกิดเหตุลูกสาวได้มาขอยืมเงินแต่ตนก็ไม่ทราบรายละเอียดมากว่าเป็นหนี้ใครจำนวนเท่าไหร่ และก่อนเกิดเหตุวันที่ 24 เม.ย. ได้มีเจ้าหนี้มาทวงเงินต้น 20,000 บาท ค่าดอกเบี้ยเงินกู้วันละ 1,000 บาท จึงได้ทราบ แต่ตนบอกว่าจะพยายามช่วยเหลือ โดยจะขอยืมเงินจากญาติ แต่ก็ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น

 

ล่าสุดทางด้านพ.ต.อ.ชาญวิทย์ พุ่มโพธิ์ รอง ผบก.น.3 ได้เปิดเผย ขณะนี้สามารถจับกุมแก๊งเจ้าหนี้ตัวได้แล้ว ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นแค่คนที่เดินเก็บเงินเท่านั้น ไม่ใช่เจ้าหนี้ตัวจริง ตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างการติดตามตัว ทั้งนี้จากแนวทางการสืบสวนทราบว่า สามารถจับกุมผู้ต้องหาที่เดินเก็บเงินกู้ได้จำนวน 4 ราย โดยแต่ละคนให้การยอมรับสารภาพว่าเป็นคนเก็บเงินกู้จริง แต่ไม่ใช่เจ้าหนี้ ส่วนใหญ่ผู้ที่ปล่อยเงินกู้นอกระบบจะทำการแบ่งโซนกันดูแล จากนั้นจะทำการแจกนามบัตรหรือใบปลิวตามร้านค้าและที่สาธารณะ เมื่อมีคนต้องการกู้ยืมเงินก็จะติดต่อไปตามนามบัตรที่ทิ้งไว้ เมื่อติดต่อมาจะมีหัวหน้าสายแต่ละพื้นที่เป็นคนพูดคุยตกลงกัน 


จากนั้นจะส่งคนลงพื้นที่ไปดูทรัพย์สินของผู้ที่ต้องการกู้ ก่อนจะกลับมาบอกหัวหน้าสายเพื่อพิจารณาในการปล่อยเงินกู้ รายงานการสืบสวนแจ้งเพิ่มเติมว่า เมื่อมีการปล่อยเงินให้กู้แล้วจะมีการคิดดอกเบี้ยร้อยละ 20 ส่วนใหญ่ลูกหนี้ทุกคนจะถูกทำสัญญาเงินกู้เป็นระยะเวลา 24 วัน โดยหัวหน้าแต่ละสายจะมีนายทุนเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง 

 

 

ขณะนี้ทราบว่านายทุนแต่ละคนกระจายตัวอยู่ตามนอกเขตกรุงเทพฯ นอกจากการเก็บดอกเบี้ยเงินกู้ร้อยละ 20 ยังมีการเก็บเงินแบบ "ดอกลอย" คือการที่ลูกหนี้ขอกู้ยืมเงินก้อนใหญ่แล้วมีการพูดจาตกลงว่าแต่ละวันจะจ่ายดอกเบี้ยตามที่ตกลงกันไว้โดยที่เงินต้นไม่หายไป เช่น กู้เงิน10,000บาท ตกลงจ่ายดอกเบี้ยวันละ 200 บาท จนกว่าจะมีเงินต้น 10,000 บาท มาให้เจ้าหนี้



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน