ขรก.โคราชโผล่นำดอกไม้เข้าขอโทษหนุ่มอาสากู้ภัย อ้างปัญหาชีวิตรุมเร้า

ขรก.โคราชโผล่นำดอกไม้เข้าขอโทษหนุ่มอาสากู้ภัย อ้างปัญหาชีวิตรุมเร้า

Publish 2019-05-29 13:19:23


จากกรณีเมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ "Thanit Ukiattiphakon" ได้โพสต์ภาพคลิปเหตุการณ์ขณะที่มีคนประสบอุบัติเหตุบนท้องถนน และขณะที่กู้ภัยกำลังให้การช่วยเหลือและพาผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลนั้น จู่ ๆ มีชายแต่งชุดข้าราชการรายหนึ่งเดินเข้ามาต่อว่าเจ้าหน้าที่กู้ภัยโดยบอกว่าทำให้จราจรติดขัด ซึ่งเรื่องดังกล่าวมีชาวเน็ตเข้ามาแชร์พร้อมทั้งแสดงความคิดเห็นกันอย่างมากมาย (อ่านข่าว : ชายแต่งขรก.อ้างปลัดยืนโวยกู้ภัยช่วยคนรถล้มทำจราจรติดขัด)


ต่อมา นายสมพร พรภู่ อายุ 64 ปี อาสาสมัครกู้ภัยที่อยู่ในเหตุการณ์ เปิดเผยว่า จุดเกิดอุบัติเหตุเป็นบริเวณสี่แยกถนน4 เลน ขณะเกิดเหตุเจ้าหน้าที่เคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บเป็นผู้หญิงตั้งครรภ์ 3 เดือน ส่งรพ.เรียบร้อย จากนั้นมีรถแท็กซี่ของชายแต่งชุดข้าราชการอ้างตัวเป็นปลัด มาจอดกลางถนน ลงมาด่ากราดใส่เจ้าหน้าที่กู้ภัย อ้างว่าทำให้รถติด ต่อว่าอยู่นานพอสมควร "ฟังแล้วรู้สึกแย่มาก เพิ่งเจอเป็นครั้งแรก เหนื่อยใจ ท้อใจกับคำพูดแบบนี้ อยากให้มาขอโทษ" 

 


ทั้งนี้ด้าน นายพุฑฒินันท์ จันทร์รัตน์วิลาส อายุ 38 ปี อาสาสมัครมูลนิธิกู้ภัยสว่างเมตตาธรรมสถานนครราชสีมา เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุรถชนกัน ตนได้ไปตรวจสอบตามปกติที่ได้รับแจ้ง และมีการปฐมพยาบาลผู้บาดเจ็บก่อนพาส่งรพ. ต่อมามีชายแต่งกายคล้ายข้าราชการ พร้อมทั้งอ้างว่าเป็นปลัด ได้ขับรถแท็กซี่และเดินลงจากรถ มีอาการคลายคนเมาสุราได้ลงมาต่อว่าการทำงานของเจ้าหน้าที่กู้ภัย พร้อมทั้งพูดจาหยาบคาย ดูถูกเจ้าหน้าที่ "อยากให้ชายคนดังกล่าวออกมาขอโทษทางสังคมว่าทำแบบนี้เพราะอะไร กู้ภัยทำงานเพื่อสังคม เงินค่าตอบแทนก็ไม่ได้ จึงรู้สึกเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น" 

 

 




ล่าสุด นายนันทภพ ฉายดิลก อายุ 50 ปี ตำแหน่งนักบริหารงานทั่วไป สำนักปลัด อบจ.นครราชสีมา ได้นำมาลัยดอกไม้มากราบขอโทษและเข้าสวมกอดเจ้าหน้าที่อาสากู้ภัย คู่กรณีคือ นายพุฑฒิพันท์ จันทร์รัตน์วิลาศ อายุ 38 ปี เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างเมตตาธรรมสถาน พร้อมกล่าวขอโทษที่ล่วงเกิน หลังเหตุการณ์เข้าช่วยคนเจ็บจากอุบัติเหตุ บรรยากาศการเข้าขอขมาโดยรวม เต็มไปด้วยความชื่นมื่น ต่างคนต่างให้อภัยกัน

 


 



นอกจากนี้ นายนันทภพ ยังได้บอกอีกว่า วันเกิดเหตุมีอารมณ์ร้อนฉุนเฉียว เนื่องจากเพิ่งไปเซ็นใบหย่าขาดกับภรรยา รวมถึงลูกชายที่รับราชการเป็นตำรวจยศนายร้อย ก็เพิ่งลาออกจากราชการ เกิดปัญหาชีวิตหลายๆอย่าง จึงเกิดอารมณ์ฉุนเฉียว เมื่อไปเจอเหตุการณ์อุบัติเหตุที่มีรถติด เลยเกิดอาการโมโห ด่าทอเจ้าหน้าที่ไป ซึ่งตอนนี้รู้สึกสำนึกผิดแล้ว ขอโทษสังคม ขอโทษทุกๆ คนที่เกี่ยวข้อง สัญญาว่าจะไม่ทำพฤติกรรมแบบนี้อีก และอยากจะขอทำงานเป็นอาสาสมัครกู้ภัย เพื่อช่วยเหลืองานสังคมส่วนรวมต่อไป"

 


ส่วนทางด้าน คณะกรรมการมูลนิธิกู้ภัย ได้บอกว่า "พร้อมรับคำขอโทษและไม่ติดใจเอาเรื่องใดๆ ขอให้เป็นบทเรียนครั้งสุดท้าย และอยากให้เห็นใจการทำงานของเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยที่ช่วยเหลืองานสังคมด้วย"

 

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

อุรัสยา มีมะแม
ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์

;