#รู้แล้วบอกต่อ กิน กาแฟ อย่างไรให้สุขภาพดี กับวิธีง่ายๆชงให้อร่อย

#รู้แล้วบอกต่อ กิน "กาแฟ" อย่างไรให้สุขภาพดี กับวิธีง่ายๆชงให้อร่อย

Publish 2018-06-06 07:05:25


 

 

 

 

สำหรับคอ "กาแฟ"แลล้วการดื่มกาแฟนั้นถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ต้องพิถีพิถันและต้องคัดสรรกันอย่างดีในทุกขึ้นตอน ไม่ต่างไปจากเรื่องอื่นกันเลยทีเดียว เพราะการกิน "กาแฟ"ที่ดีนั้น ย่อมส่งผลให้อารมณ์เรานัั้นดีไปด้วย สำหรับคนที่หลงรักในกลิ่นอายของ "กาแฟ" มักจะเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี แต่สำหรับคนที่พึ่งมาทานกาแฟนั้นหรือคนที่ไม่ใช่คอกาแฟจริงๆ ถ้าคุณได้ลิ้มลองกาแฟที่อร่อยและยิ่งดีต่อสุขภาพด้วยแล้วละก็ชีวิตก็คงดีไม่น้อยเลยทีเดียวใช่ไหมละ และวันนี้ก็ก็มีวิธีที่ทำให้ "กาแฟ" นั้นอร่อยกัน ตามไปดูกันเลย!!!



 

 

 

ดื่มน้ำเปล่า 1 แก้ว ก่อนดื่มกาแฟ

มีงานวิจัยระบุว่า แม้ว่าคาเฟอีนจะมีส่วนช่วยให้ร่างกายเกิดการขับปัสสาวะ แต่ร่างกายของเราก็สามารถปรับตัวให้สามารถรับมือกับคาเฟอีนที่เข้าไปในร่างกาย โดยไม่ทำให้ร่างกายอยู่ในภาวะขาดน้ำได้ อย่างไรก็ตามคอกาแฟหลายคนยอมรับว่า หากเริ่มต้นตื่นเช้ามาก็ดื่มกาแฟเลย จะพบว่าตลอดทั้งวันที่เหลือ พวกเขาจะดื่มน้ำเปล่าไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย พูดง่ายๆ คือติดกาแฟเสียจนลืมดื่มน้ำเปล่านั่นเอง ดังนั้นถ้าไม่อยากทำร้ายตัวเองด้วยการดื่มน้ำน้อย ก็ควรดื่มน้ำเปล่าสักหนึ่งแก้วหลังตื่นนอน ก่อนที่จะเดินไปชงกาแฟดื่มอีกครั้ง ไม่แน่คุณอาจจะดื่มกาแฟน้อยลงเพราะอิ่มน้ำไปบ้างแล้วก็ได้

 

อย่าใส่สารให้ความหวานแทนน้ำตาล

แม้ว่าจะดูเหมือนเป็นวิธีที่ช่วยทำให้กาแฟของคุณมีรสชาติอร่อย และไม่ทำลายสุขภาพ เพราะสารให้ความหวานแทนน้ำตาลไม่มีพลังงานเหมือนน้ำตาลปกติ แต่มีงานวิจัยที่พบว่า การดื่มเครื่องดื่มที่ใส่สารให้ความหวานแทนน้ำตาลบ่อยๆ อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานประเภท 2 โรคอ้วน และโรคหัวใจได้ ดังนั้นหากจะชงกาแฟครั้งหน้า ควรเลือกใส่น้ำตาลจริงในปริมาณน้อยๆ เพียงปลายช้อน หรือไม่ใส่น้ำตาลจะดีกว่า

 

อย่าเติมน้ำตาลในกาแฟเกิน 1 ช้อนชา

สมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกาแนะนำปริมาณน้ำตาลที่เราควรทานในแต่ละวันไม่เกิน 6 ช้อนชา เพื่อหลีกเลี่ยงโรคร้ายต่างๆ เช่น โรคอ้วน เบาหวาน หรือโรคที่เกี่ยวกับหัวใจ และหลอดเลือด ดังนั้นหากเราเลือกที่จะใส่น้ำตาลลงในกาแฟ ก็ไม่ควรใส่เกิน 1 ช้อนชาต่อแก้ว และหากใครที่ดื่มกาแฟมากกว่า 1 แก้วต่อวัน ควรเฉลี่ยปริมาณน้ำตาลให้ทุกแก้วรวมกันไม่เกิน 1 ช้อนชาด้วย เพราะเราต้องเผื่อปริมาณน้ำตาลให้กับอาหาร และขนม รวมทั้งเครื่องดื่มอื่นๆ ที่เราทานหรือดื่มในแต่ละวันด้วย



 

ใส่นมออร์แกนิก หรือนมจากพืช แทนนมปกติ

ถ้าชอบใส่นมในกาแฟ ลองเลือกนมจากพืช เช่น นมถั่วเหลือง นมอัลมอนด์ หรือนมออร์ปกนิก นมที่มาจากวัวที่กินแต่หญ้า แทนนมปกติดูสิ แม้ว่าความเข้มข้นหรือไขมันจะน้อยกว่า แต่รับรองว่าดีต่อสุขภาพมากกว่าเดิมอีกเยอะ เพราะนมจากพืชมีไขมันที่ดีต่อร่างกาย และนมออร์แกนิก หรือนมที่มาจากวัวที่เลี้ยงด้วยหญ้าอย่างเดียว จะมีกรดไขมันโอเมก้า-3 มากกว่านมปกติด้วย เราแนะนำให้เลือกแต่นมจืดเท่านั้น แต่หากชอบนมที่มีรสชาติ สามารถเลือกนมที่มีปริมาณน้ำตาลไม่เกิน 4 กรัม หรือเท่ากับ 1 ช้อนชาจะดีที่สุด

 

ใส่ผงอบเชย หรือเครื่องเทศอื่นๆ ลงไปแทนน้ำตาล

หากเป็นคนติดหวาน ติดให้กาแฟมีรสชาติมากกว่ารสขม แต่ไม่อยากเติมน้ำตาล ลองเปลี่ยนเป็นการใส่เครื่องเทศอื่นๆ อย่างอบเชย ขิง จันทน์เทศ หรือกานพลูลงไปในกาแฟดูสิ นอกจากจะช่วยให้กาแฟแก้วโปรดของคุณมีกลิ่นหอมรัญจวนใจ น่าดื่มกว่าที่เคยแล้ว ยังทำให้ร่างกายได้รับสารต้านอนุมูลอิสระจากเครื่องเทศเหล่านี้มากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย โดยเฉพาะอบเชย ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และการทำงานของอินซูลินได้ดีเลยทีเดียว หรือหากเครื่องเทศเหล่านี้ไม่ใช่ทางของคุณ ลองเติมเป็นผงโกโก้ลงไปแทนก็ได้เป็นมอคค่าแสนอร่อยอีกแก้ว

 

“หลับ” ก่อนกาแฟ “ปลุก”

ทราบหรือไม่ว่า ก่อนที่กาแฟจะเริ่มส่งคาเฟอีนมาปลุกให้เราตื่นจากความง่วง ต้องใช้เวลาราว 30 นาที ดังนั้นหากเราสามารถทำการ “งีบ” ก่อนที่คาเฟอีนจะเริ่มทำงาน หลังจากเรางีบไป 30 นาที และตื่นมาพร้อมกับคาเฟอีนที่เริ่มปลุกเราให้ตื่น เราจะรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่ามากขึ้นอีกหลายเท่าตัว ดังนั้นใครที่สามารถงีบได้ ให้ลองใช้วิธีนี้ดู แต่อย่าเผลอดื่มกาแฟก่อนนอน 6 ชั่วโมงล่ะ ไม่งั้นคืนนั้นอาจจะนอนไม่หลับได้

 

 

 

ขอบคุณ Snook


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

กฤษกร รัตนสุต